ด้วยกระทรวงมหาดไทย
ประกาศใช้กฏกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมและการยกเว้นค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย พ.ศ. 2567 เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 และจะมีผลบังคับใช้ภายใน 360 วัน คือวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 แต่มีประกาศล่าสุดคือ กฏกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมและการยดเว้นค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ขยายเวลาไปอีก 1 ปี ข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 ให้บังคับใช้ตั้งแต่ 17 พฤศจิกายน 2569
***ในส่วนของเทศบาลตำบลหัวไทร ยังคงใช้อัตราเดิม จนกว่าจะมีประกาศแก้ไขเทศบัญญัติ หากแล้วเสร็จจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งภายหลัง----------
*ค่าธรรมเนียมการเก็บ ขน กำจัดมูลฝอยใหม่ มีดังนี้
1. ไม่เกิน 120 กก./600 ล./0.6 ลบ.ม. (จ่ายเหมา)
- อัตราค่าเก็บและขน 30-102 บาท
- อัตราค่ากำจัด 20-70 บาท
***ยกตัวอย่างบ้านเรือนประชาชนทั่วไป
- อัตราเดิมจ่ายเหมาค่าเก็บขนและกำจัด เดือนละ 20 บาท
- อัตราใหม่ค่าเก็บขน 30 บาท และค่ากำจัด 20 บาท รวมต้องจ่ายเดือนละ 50 บาท
2. ส่วนที่เกิน 120 กก./600 ล./0.6 ลบ.ม. (คิดเป็นหน่วย หน่วยละ 120 กก.)
- อัตราค่าเก็บและขน ไม่เกิน 102 บาท/หน่วย
- อัตราค่ากำจัดไม่เกิน 70 บาท/หน่วย
3. ส่วนที่เกิน 3,600 กก./18,000 ล./18 ลบ.ม. (คิดเป็นหน่วย หน่วยละ 120 กก.)
- อัตราค่าเก็บและขน ไม่เกิน 120 บาท/หน่วย
- อัตราค่ากำจัด ไม่เกิน 80 บาท/หน่วย
* รายครั้ง
1. ไม่เกิน 120 กก./600 ล./0.6 ลบ.ม.
- อัตราค่าเก็บและขน ไม่เกิน 200 บาท/หน่วย
- อัตราค่ากำจัด ไม่เกิน 200 บาท/หน่วย
2. ส่วนที่เกิน 240 กก./1,200 ล./1.2 ลบ.ม. (คิดเป็นหน่วย หน่วยละ 240 กก.)
- อัตราค่าเก็บและขน ไม่เกิน 200 บาท/หน่วย
- อัตราค่ากำจัดไม่เกิน 200 บาท/หน่วย
ค่าธรรมเนียมการเก็บ ขน กำจัดสิ่งปฏิกูล
*รายครั้ง
1. ไหม่เกิน 1,000 ล./1 ลบ.ม. (หน่วยละ 500 ลิตร)
- อัตราค่าเก็บและขน ไม่เกิน 250 บาท/หน่วย
- อัตราค่ากำจัด ไม่เกิน 300 บาท/หน่วย
2. ส่วนที่เกิน 1,000 ล./1ลบ.ม. (คิดเป็นหน่วย หน่วยละ 1,000 ลิตร)
- อัตราค่าเก็บและขน ไม่เกิน 250 บาท/หน่วย
- อัตราค่ากำจัด ไม่เกิน 300 บาท/หน่วย
**ยกเว้นค่าธรรมเนียมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย แล้วแต่กรณีให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารหรือสถานที่ซึ่งอยู่ในพื้นที่ตามประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เฉพาะกรณีสาธารณภัยที่เกิดจากธรรมชาติ โดยในส่วนของเทศบาลตำบลหัวไทร อยู่ระหว่างดำเนินการยกร่างเทศบัญญัติและจะประกาศใช้เทศบัญญัติใหม่ตามประกาศกฏกระทรวงต่อไป